การแสดงออกทางการเมืองด้วยการชุมนุมประท้วงโดยสงบและสันติ ถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการแสดงออกในระบอบเสรีประชาธิปไตย แต่ถ้าผิดไปจากนี้แล้วก็ไม่ถือว่าเป็นการแสดงออกตามระบอบเสรีประชาธิปไตย
มีหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมจึงต้องมีการชุมนุมประท้วง การประท้วงเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับประชาธิปไตยจริงหรือ แล้วการประท้วงที่จงใจทำให้เกิดความโกลาหลต่อบ้านเมืองถือเป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยหรือไม่
หลายคนเชื่อว่าการชุมนุมประท้วงเพื่อหวังผลทางการเมืองคือการแสดงออกให้ผู้มีอำนาจรัฐรู้ว่าประชาชนยังมีพลัง และพลังของประชาชนจะสามารถเปลี่ยนแปลงการเมืองได้ แต่ก็มีคำถามกลับเช่นกันว่า พลังประชาชนในการประท้วงนั้นเป็นพลังบริสุทธิ์หรือพลังสกปรก เพราะการประท้วงหลายต่อหลายครั้งถูกสาธารณชนจับได้ว่ามีการจ้างวานให้ผู้คนไปชุมนุมแล้วหวังก่อให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมตามมา
ขณะเดียวกัน ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าการชุมนุมประท้วงทางการเมือง คือการส่งเสียงเพื่อบอกให้ผู้มีอำนาจรัฐได้รับรู้ว่า ยังมีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างไปจากรัฐบาล และหวังให้รัฐบาลหันมายอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของประชาชนบ้างดังนั้นจึงมีการประดิษฐ์วาทกรรมการเมืองว่า “เห็นหัวกูบ้าง”ในการประท้วงอยู่เป็นประจำ
บ้างก็ให้เหตุผลว่าการชุมนุมประท้วงคือการแสดงออกของคนกลุ่มน้อยที่ต้องการให้ผู้มีอำนาจรัฐที่ชอบอ้างเสมอๆ ว่าตนได้รับชัยชนะทางการเมืองมาจากเสียงข้างมากของประชาชน ดังนั้น ผู้มีอำนาจรัฐที่ชอบอ้างเช่นนี้จึงมักทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่างตามอำเภอใจของตนโดยไม่แยแสเสียงคัดค้านหรือความเห็นที่แตกต่าง
อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มชนที่มีความศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบเสรีประชาธิปไตยแท้จริงแล้ว ทุกคนไม่คัดค้านการรวมตัวเพื่อชุมนุมประท้วงทางการเมือง หากการชุมนุมประท้วงเกิดจากความคิดบริสุทธิ์ที่ต้องการผลักดันให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้าและเกิดการพัฒนาอย่างแท้จริง
แต่สำหรับการชุมนุมประท้วงใดๆ ก็ตามที่ปรากฏชัดว่าผู้ร่วมชุมนุมถูกจูงจมูกให้เข้าไปรวมตัว โดยที่ผู้ร่วมชุมนุมก็หาได้มีความรู้และความเข้าใจว่าตนเองกำลังเรียกร้องในสิ่งใด แล้วสิ่งที่เรียกร้องนั้นเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงต่อสาธารณชนหรือไม่
ขอย้ำว่าการชุมนุมประท้วงใดๆ ก็ตาม ถ้าหากผู้ชุมนุมถูกจูงจมูกให้ออกไปประท้วง โดยที่ผู้ชุมนุมไม่ได้คิดด้วยตัวเองแล้ว แต่ไปร่วมประท้วงด้วยความหลง หรือด้วยอามิสสินจ้าง ต่อให้การชุมนุมประท้วงนั้นมีคนจำนวนหลายพันคนก็ไม่ถือว่าเป็นการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย
การประท้วงใดๆ ก็ตามที่มุ่งหวังให้เกิดความโกลาหลต่อบ้านเมืองคือการประท้วงที่ไม่ชอบธรรม และขอย้ำว่าการประท้วงเช่นนั้นไม่จำเป็นต้องได้รับการสนองตอบแต่ประการใด ดังนั้น จึงมีคำถามที่สาธารณชนถามไปยังผู้ชุมนุมประท้วงทุกชนิดและทุกกลุ่ม ไม่ว่าการประท้วงนั้นๆ จะตั้งชื่อให้หรูหราดีงามเกินจริงด้วยชื่อใดๆ ก็ตาม คำถามคือ ออกมาประท้วงด้วยเหตุผลใด ไตร่ตรองดีแล้วจึงออกมาประท้วงใช่หรือไม่ การประท้วงนั้นๆ ทำให้เพื่อนร่วมสังคมได้รับความเสียหายเดือดร้อนหรือไม่ ส่วนคำถามสำคัญที่สุดคือถูกใครจูงจมูกให้ออกไปประท้วงหรือไม่ ถ้าหากตอบคำถามสามข้อนี้ได้ชัดเจน แล้วยังต้องการประท้วงต่อไป ก็ขอเชิญประท้วงตามสบาย
"ข้อแตกต่าง" - Google News
July 22, 2020 at 02:00AM
https://ift.tt/3jvpZgW
คอลัมน์การเมือง - ถ้าเธอประท้วงด้วยความสุจริต ขอให้ประท้วงต่อไป - หนังสือพิมพ์แนวหน้า
"ข้อแตกต่าง" - Google News
https://ift.tt/3buW4Ag
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2YEtTvL
Bagikan Berita Ini
0 Response to "คอลัมน์การเมือง - ถ้าเธอประท้วงด้วยความสุจริต ขอให้ประท้วงต่อไป - หนังสือพิมพ์แนวหน้า"
Post a Comment