บล.หยวนต้าเผย 6 เหตุผล mai จะ Outperform กว่า SET หลังพบมูลค่าใน mai พุ่งต่อเนื่องตั้งแต่ มี.ค.63 พร้อมเชียร์ 7 หุ้น น่าเก็งกำไร ที่แนวโน้ม Q2/63 ยังเติบโต - รับประโยชน์จากรัฐฯกระตุ้นศก.
บริษัท หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จํากัด เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์รายวันว่า นับตั้งแต่ มี.ค. 63 ที่เป็นจุดต่ำสุดของตลาดในช่วง โควิด-19 ได้เห็นพัฒนาการเชิงบวกในดัชนีตลาดเอ็มเอไอ (mai) 6 ด้าน ซึ่งทำให้คาดหวังได้ว่า mai จะมีโอกาสเติบโตสูง (Outperform) กว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า
1.มูลค่าการซื้อขายรายเดือนของ mai เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็น 2.4% ของ SET จากเพียง 0.6% ใน มี.ค.63
2. ขณะที่อัตราส่วนดัชนีระหว่าง mai / SET เพิ่มขึ้นเป็น 22.4% จาก19.2% ใน มี.ค. 63 สะท้อนหุ้นใน mai เริ่มกลับมา Outperform หุ้นใน SET
3 . Spread PBV ระหว่าง mai-SET อยู่ที่ -0.10 เท่า โดย PBV ของ mai อยู่ที่ 1.40 เท่า ยังต่ำกว่า SET ที่ 1.49 เท่า ซึ่งถือเป็นโซนด้านล่างเมื่อเทียบกับอดีต สะท้อนว่ามูลค่าของ mai ยังไม่แพง
4. Spread Dividend Yield กว้างขึ้นต่อเนื่องเป็น -0.8% โดย Dividend Yield ของ mai อยู่ที่ 2.9% ของ SET อยู่ที่ 3.7% แม้ mai ให้ปันผลน้อยกว่า SET แต่ส่วนต่างแคบลงมาก
5. Spread ROE ของ mai สูงสุดในรอบ 28 เดือน ล่าสุดอยู่ที่ -1.5% โดย ROE ของ mai อยู่ที่ 6.6% ส่วนของ SET อยู่ที่ 8.1% แม้ mai ยังให้ ROE น้อยกว่า SET แต่ส่วนต่างแคบลงมาก
6 . Spread GPM สูงสุดในรอบ 14 ไตรมาส ล่าสุดอยู่ที่ 4.4% โดยอัตรากำไรขั้นต้นของ mai อยู่ที่ 21.6% ส่วนของ SET อยู่ที่ 17.2%
จากการพิจารณาปริมาณเงินในระบบ เทียบมาร์เก็ตแคปของ SET และ mai พบว่า สภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงปี 2555 ที่เป็นจุดเริ่มต้นการปรับขึ้นครั้งใหญ่ของ mai ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนว่าหุ้นขนาดกลาง-เล็กยังมีความน่าสนใจ
แม้ว่า mai จะฟื้นตัวขึ้นมาเร็ว โดยเหลือลบเพียง -1% YTD เทียบกับ SET INDEX ที่ยัง -13% YTD แต่ด้วยแรงหนุนด้านสภาพคล่อง และปัจจัยพื้นฐานของ mai ที่กลับมาแข็งแกร่ง ผนวกกับ นโยบายการคลังที่จะเน้นกระตุ้นธุรกิจขนาดกลาง-เล็กมากกว่าขนาดใหญ่ ทำให้เราคาดว่า mai INDEX ยังมีโอกาส Outperform SET INDEX
โดยถ้าอิงปริมาณเงินในระบบในปัจจุบันที่ 22.5 ล้านลบ. และค่าเฉลี่ยของ 10 ปีย้อนหลังของอัตราส่วน ปริมาณเงินในระบบต่อมาร์เก็ตของ mai ที่ 90 เท่า เราคาดว่ามาร์เก็ตแคปของ mai จะปรับตัวขึ้นได้อีก 15-20% ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ได้คัดเลือกหุ้นใน mai จากแนวโน้มผลประกอบการที่โตต่อเนื่องและมูลค่าที่ยังไม่แพง โดยกำไร Q1/63 ต้องมากกว่า 25% ของกำไรทั้งปีที่ผ่านมา และแนวโน้ม Q2/63 ยังมีการเติบโตเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน รวมถึง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ ซึ่งได้แก่
STI ( “ซื้อ” ราคาเหมาะส 10.00-11.00 บาท) - TACC ("ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 64 7.20 บาท)- ARROW ( “ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 64 10.00 บาท) - JKN (“ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 64 6.90 บาท) - SELIC (“ซื้อ” ราคาเหมาะสมปี 64 เท่ากับ 3.00 บาท)
รวมถึง AMA และ 2S แต่ เนื่องจากหุ้นใน MAI หลายตัวเป็นหุ้นที่สภาพคล่องในการซื้อขายไม่สูง จึงแนะนำลักษณะ “เก็งกำไร” เท่านั้น
"น้อยกว่า" - Google News
July 22, 2020 at 10:19AM
https://ift.tt/32JvXVs
โบรกฯ มองหุ้น mai น่าสนใจกว่า SET ยก 7 หุ้นไซส์เล็กน่าลงทุน - efinanceThai
"น้อยกว่า" - Google News
https://ift.tt/2RtU18h
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2YEtTvL
Bagikan Berita Ini
0 Response to "โบรกฯ มองหุ้น mai น่าสนใจกว่า SET ยก 7 หุ้นไซส์เล็กน่าลงทุน - efinanceThai"
Post a Comment