เมื่อวันที่ 2 พ.ค. สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.ธรรมนูญ หนูจักร คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Thumnoon Nhujak เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงนี้ โดยระบุข้อความ “ลุ้น 2 พ.ค. ไทยน่าจะพ้นวิกฤตผู้ป่วยใหม่สะสมเจ็ดวันลดลงอย่างน้อย 10 เท่า เทียบกับจุดวิกฤตสุดของไทย”

ห้าวันติดกันแล้วที่ไทยมีผู้ป่วยใหม่รายวันต่ำกว่าสิบราย ทำให้ผู้ป่วยสะสมใหม่เจ็ดวัน (25-30 เม.ย. และ 1 พ.ค.) เป็น 106 ราย (53, 15, 9, 7, 9, 7, 6 ราย) วันที่ 2 พ.ค. หากผู้ป่วยใหม่ไม่เกิน 31 ราย จะทำให้ผู้ป่วยใหม่สะสมไม่เกิน 84 คนต่อเจ็ดวัน (15, 9, 7, 9, 7, 6, ไม่เกิน 31 ราย) จะถือว่าไทยพ้นวิกฤตสุดจากที่เคยมี 842 คนต่อเจ็ดวันเมื่อวันที่ 3 เม.ย. หวังว่าจะไม่มีจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งอื่นแบบตกใจอีก

ย้อนไปเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผู้ป่วยใหม่ 53 รายนั้น 42 รายเป็นชาวต่างชาติจากด่านกักขัง หากไม่นับรวมจำนวนดังกล่าว อนุโลมว่าไทยพ้นวิกฤตแล้วตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. แต่ถ้าใช้ข้อมูลชุดเดียวกันที่รายงานไว้ใน worldometer เพื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ คงต้องรอลุ้นวันนี้
สำหรับหลักการกำหนดจุดวิกฤตและจุดพ้นวิกฤต รศ.ดร.ธรรมนูญ หนูจักร เคยโพสต์ไว้ดังนี้

การวิเคราะห์เพื่อกำหนดจุดวิกฤตและการพ้นจุดวิกฤตการระบาดของโควิด-19 โดยใช้ข้อมูลผู้ป่วยใหม่สะสมช่วง 7 วัน : มีคนสอบถามมาว่ามีหลักคิดอย่างไร และสามารถทำง่ายกว่าการเขียนกราฟล็อกการิธึมไหม คำตอบ คือ ได้ครับ จึงได้เขียนอธิบายให้ครับ แต่ถ้าอธิบายเปรียบเทียบหลายๆประเทศ ควรทำให้อยู่ในกราฟเดียวกันด้วยสเกลล็อก และเห็นจุดวิกฤตของหลายๆประเทศ และดูเหมือนว่าทุกประเทศถูกบังคับให้เดินบน “ถนนวิกฤตโควิด-19”
ซึ่งไม่ทราบว่าปลายทางอยู่ที่ไหน แต่ละประเทศต้องสร้างถนนหรือซอยของตนเองเพื่อให้ห่างไกลจากถนนหลักนี้ครับ และไม่สามารถสร้างคนเดียวได้ ทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันครับ ทั้งนี้จุดพ้นวิกฤตที่กำหนดไว้นั้นเข้าข่าย 1) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 2)โอกาสน้อยที่กลับมามากจุดพ้นวิกตหรือระบาดระลอกสองน้อยมาก (ประเทศที่พ้นวิกฤตแล้วยังไม่มีช่วงเจ็ดวันใดของประเทศใดที่กลับมามากกว่าจุดวิพ้นวิกฤต) 3) เป็นค่าที่ยอมรับได้ในเชิงปฏิบัติ

“ลดลง 10 เท่า หรือ 10% ของค่าสูงสุด พอยอมรับได้ หากรอให้ลดลง 20 เท่า หรือ 5%, 100 เท่า หรือ 1%, หรือลดให้เป็นผู้ป่วยศูนย์ เป็นไปได้ยากในเชิงปฏิบัติ เพราะมีปัจจัยภายนอก และมีผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ ไม่ได้รับการตรวจจำนวนหนึ่ง ปัจจัยภายนอก เช่น ผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศหรือด่านกักขังผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย ดังนั้นลดลง 10 เท่า นั้นเหมาะสม และรัฐบาลของหลายประเทศผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ที่จุดพ้นวิกฤตประมาณนี้ แต่บางประเทศอาจผ่อนปรนก่อนพ้นวิกฤตด้วยเหตุผลทางเศรษกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน”
“นิยาม วันถึงจุดวิกฤต = วันที่เคสสะสม 7 วันสูงสุด ไทยเราคือ 3 เมษา (814ราย) วันพ้นจุดวิกฤต = วันที่เคสสะสม 7 วัน นับจากวันถึงจุดวิกฤตลดลง 10 เท่า หรือค่า log > 1 (ล่าสุดไทย 0.97) ถ้าวันนี้รายใหม่ไม่ถึง 31 ราย เราจะพ้นวิกฤตตามการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ใช้เวลา 29 วัน นับจาก 3 เมษายน 2563”
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : Thumnoon Nhujak
"น้อยกว่า" - Google News
May 02, 2020 at 10:10AM
https://ift.tt/3aXFFUo
ลุ้น!ผู้ป่วยรายใหม่'น้อยกว่า31ราย' ไทยพ้นวิฤตตามหลักคณิตศาสตร์ - เดลีนีวส์
"น้อยกว่า" - Google News
https://ift.tt/2RtU18h
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ลุ้น!ผู้ป่วยรายใหม่'น้อยกว่า31ราย' ไทยพ้นวิฤตตามหลักคณิตศาสตร์ - เดลีนีวส์"
Post a Comment