"เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ" ดูจะนำมาใช้กับ GULF ไม่ได้แล้ว เพราะดีลที่ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากในตอนแรก อย่างการนำเข้า LNG ด้วยตัวเองเพื่อลดต้นทุน...ก็เป็นไปแล้ว นักวิเคราะห์จึงมองว่าดีลโรงไฟฟ้าที่เหลือทั้งในลาว และโอมาน ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องยากเหมือนกัน เพียงแต่ต้องใช้เวลา ดังนั้นหากใจถึงกล้าเก็บหุ้นที่ทำ All Time High ในตอนนี้ได้ ก็ต้องกัดฟันถือหุ้นในระยะยาวให้ได้เช่นกัน!
*** ความชัดเจนนำเข้า LNG ดันหุ้นทำ All Time High
ราคาหุ้น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ดีดขึ้นมาทำจุดสูงสุดตลอดกาล(All Time High) ที่ 41.50 บาททันทีในช่วงเช้าวันนี้ ตอบรับข่าวสำนักงานคณะกรรมการกากับกิจการพลังงาน (กกพ.) อนุมัติให้ GULF เป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ(LNG)ปริมาณ 300,000 ตันต่อปี โดยจะนำมาจำหน่ายให้กับโรงไฟฟ้า SPP ของกลุ่มจำนวน 19 โครงการ
ขณะที่บริษัทร่วม หินกองเพาเวอร์โฮลดิ้ง (GULF ถือหุ้น 49%) ได้รับอนุมติด้วยเช่นกันในปริมาณ 1.4 ล้านตันต่อปี สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าโครงการหินกองกำลังผลิต 1,400 MW ซึ่งมีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2567 และ 2568
ซึ่งประเด็นนี้นอกจากจะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายก๊าซธรรมชาติของกลุ่มบริษัทให้ต่ำลงแล้ว ... ยังเป็นการสร้างความชัดเจนให้กับนักลงทุนด้วย เพราะก่อนหน้านี้ RATCH(พันธมิตรถือหุ้นหินกอง) ได้เบี้ยวให้คำตอบลงนามสัญญาซื้อขาย LNG กับ ปตท.ซึ่งเป็นผู้จัดหา LNG เดิมมาก่อน จึงทำให้นักลงทุนไม่มั่นใจในทิศทางของโรงไฟฟ้าหินกอง
แม้หลังจากนี้จะต้องไปลุ้นทาง ปตท. ซึ่งเป็นเจ้าของระบบโครงข่ายท่อส่งก๊าซ ว่าจะสามารถดำเนินการได้โดยไม่มีปัญหาเรื่องคุณภาพก๊าซที่จะส่งให้กับโรงไฟฟ้าหรือไม่ เพราะ LNG ที่นำเข้าจะต้องไปผสมรวมกับก๊าซที่มาจากแหล่งอื่นๆด้วย
แต่ดีลที่ดูมีความเป็นไปได้ยาก กลับฉลุยแบบนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อ GULF จึงเพิ่มขึ้นตามเช่นกัน ดันราคาหุ้นเช้านี้ปิดตลาดไปที่ 39.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.92% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นถึง 284.68% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
*** อีกหลายโครงการรอปิดดีล กูรูคาดฉลุยได้เหมือนกัน!
เสน่ห์ของ GULF ก็คือ การมีโครงการที่รองรับการเติบโตระยะยาว ดังนั้นความชัดเจนที่ทยอยประกาศออกมาเรื่อยๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่แปรผันกับราคาหุุ้นตัวนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ก็คาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ทั้งหมด
โรงไฟฟ้าก๊าซ Duqm SEZ ในโอมาน : บริษัทหลักทรัพย์(บล.)บัวหลวง มองว่า การเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างการถือหุ้น อาจต้องใช้ระยะเวลาในการเจรจาเพิ่มเพราะโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการเจรจาข้อตกลงต่างๆ แต่ข้อตกลงยังคงเป็นไปในทิศทางที่บริษัทฯ คาดหวังไว้ และเชื่อว่าจะปิดดีลได้ตามแผน ซึ่งบล.กสิกร มองว่าหากสามารถเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นจาก 45% เป็น 49% ได้จะทำให้ GULF มีโอกาสพัฒนาโครงการอื่นๆต่อไปได้อีกมากในประเทศนี้ เช่น สาธารณูปโภคด้านน้ำ ก๊าซ และ ไฟฟ้า
โครงสร้างพื้นฐานในประเทศ : บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาโครงการแหลมฉบังเฟสที่ 3 ซึ่ง บล.เคจีไอ มองว่าจะจบดีลได้ภายใน 1 - 2 เดือน โดยเราคาดว่าบริษัทจะสามารถเซ็นสัญญางาน O&M โครงการมอเตอร์เวย์ได้ภายในเดือนมิถุนายน 63 ทั้งนี้ GULF ยังสนใจโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (PPP) อย่างเช่นโครงการ MRT สายสีส้มตะวันตก (PPP) ซึ่งคาดว่าจะออก TOR ในเดือนมิถุนายน 63
โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาว : กำลังผลิตรวม 3 โครงการ 2,366 MW อยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาค่าไฟฟ้ากับ MRC ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการให้คำปรึกษาต่อไป
โครงการโรงไฟฟ้า LNG เวียดนาม : เฟส 1 ขนาด 1,500 MW คาดเข้าบรรจุในแผน PDP7 ราว ก.ค. นี้
*** แต่ละโครงการกว่าจะจ่ายไฟได้ใช้เวลานานมาก
| โครงการ |
ปี |
กำลังผลิต(MW) |
| Gulf SRC เฟสแรก |
2564 |
1,325 |
| แม่โขง(เวียดนาม) เฟสแรก |
2564 |
30 |
| แม่โขง(เวียดนาม) เฟส2-3 |
2564 |
98 |
| แม่โขง(เวียดนาม) เฟส4-8 |
2564 |
182 |
| โอมาน(ไฟฟ้า) |
2564-65 |
326 |
| โอมาน(น้ำ) |
2564-65 |
1,667 ลบ.ม./ชั่วโมง |
| Gulf SRC เฟสสอง |
2565 |
1,325 |
| Gulf PD เฟสแรก |
2566 |
1,325 |
| Gulf PD เฟสสอง |
2567 |
1,325 |
| หินกอง เฟสแรก |
2567 |
700 |
| หินกอง เฟสสอง |
2568 |
700 |
| บูรพา |
2570 |
540 |
| ลาว |
2570-73 |
2,366 |
*ไม่รวมโครงการก่อสร้างโครงสารพื้นฐานในประเทศ
*** กำไรช่วงที่เหลือของปีค่อยๆเร่งตัวขึ้น
แม้ในไตรมาสแรกจะขาดทุนสุทธิหนักจากค่าเงิน แต่ บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เชื่อว่า กำไรในช่วงที่เหลือของปีจะเร่งตัวขึ้น ดังนั้นผู้ที่กังวลกับผลประกอบการอาจเบาใจได้ จากประเด็นดังนี้
1) EGAT จะรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจาก 6 SPPs ใน จ.ระยองในช่วงที่เหลือของปี เพื่อให้ปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าเป็นไปตามปริมาณขั้นต่ำ
2) การรับรู้รายได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 2/63 ของโครงการชีวมวล GCG 25 MW ที่เริ่ม COD เมื่อ 1 มี.ค.63
3) แนวโน้มต้นทุนก๊าซจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม กำไรทั้งปีนี้ก็อาจมี Downside risk เนื่องจาก GULF มีการเลื่อน COD โครงการแม่โขงที่เวียดนาม เฟสแรก 30 MW จากเดิมปลายปีนี้เป็น พ.ค.64 ด้วยผลกระทบจากการก่อสร้างล่าช้าจาก COVID-19 และภาครัฐอาจลดค่า Ft ลงตามต้นทุนก๊าซที่ลดลง
*** แต่ในแง่ราคา ถ้าทนถือยาวๆไม่ได้ ก็ไม่ควรซื้อ
จากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่เชื่อว่า GULF จะสามารถปิดดีลโครงการในอนาคตได้ทั้งหมด ซึ่งก็ได้รวมบางส่วนไว้ในราคาเหมาะสมแล้ว และด้วยระยะเวลาจนกว่าจะถึงกำหนดจ่ายไฟของแต่ละโครงการที่ยาวนานมาก ทำให้คำแนะนำส่วนใหญ่เป็นการซื้อ หรือไม่ก็ ถือลงทุนระยะยาว แม้จะไม่มีอัพไซด์แล้วนั่นเอง โดยมีราคาเหมาะสมดังนี้
| บล. |
คำแนะนำ |
ราคาเหมาะสม |
| ทิสโก้ |
ถือ |
25 |
| กสิกรไทย |
ถือ |
35.50 |
| ฟินันเซีย ไซรัส |
ซื้อเมื่ออ่อนตัว |
38.50 |
| ฟิลลิป |
ถือ |
39 |
| แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ |
เก็งกำไร |
39 |
| เคจีไอ |
ซื้อ |
41 |
| บัวหลวง |
ซื้อ |
42 |
เส้นทางสายโรงไฟฟ้าที่ไม่มีใครขวางของ GULF เป็นปัจจัยหลักๆ ที่ราคาหุ้นกระโดดไปรออยู่ที่อนาคตได้ตลอด เพราะสามารถบอกได้เลยว่าจะเข้าประมูลโครงการไหน จ่ายไฟเมื่อไหร่ แต่การถือหุ้นในลักษณะที่ต้องซื้ออนาคตไกลๆแบบนี้ ก็อาจมีความเสี่ยงสูง เพราะต่อให้จ่ายไฟได้เร็วขึ้นก็ไม่ได้ส่งผลบวกมาก แต่หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันราคาหุ้นก็พร้อมลงได้ตลอด!
0 Response to "GULF ซื้ออนาคตอันแสนไกล...ถามใจตัวเองว่ารอได้ไหม! - efinanceThai"
Post a Comment