
ดาบตำรวจหญิง ชญานิศ ยุทธมานพ อายุ 38 ปี และนางสาวกัญณัฏฐ์ แสงไกรชัยกิจ อายุ 52 ปี เข้าขอความช่วยเหลือกับนายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ และประธานชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม เพื่อให้ช่วยติดตามคดี กรณีแจ้งความเอาผิดกับอู่ซ่อมรถยนต์แห่งหนึ่ง ย่านรามอินทรา กรุงเทพมหานคร ในฐานฉ้อโกง
ผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เธอนำรถยนต์ไปทำสีที่อู่ดังกล่าว ตกลงราคาเปลี่ยนสีทั้งคัน จากสีขาวเป็นสีแดง ในราคา 10,000 บาท โดยจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้าไว้ 5,000 บาท แต่ทางอู่ขอให้เธอทำประกันภัยรถยนต์ก่อน เนื่องจากประกันรถขาด ซึ่งเธอแจ้งว่าต้องการจ่ายเงินค่าทำสีเอง แต่ทางอู่ยืนยันให้ทำประกันภัยดีกว่า จะได้เคลมได้ เธอจึงนำรถกลับมาทำประกันภัยชั้น 2 ก่อนจะนำรถเข้าทำสีที่อู่เดิมอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน โดยทางร้านบอกกว่ารถจะเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมขอสมุดบัญชี และบัตรเอทีเอ็ม เพื่อให้บริษัทประกันภัยโอนเงินค่าเคลมประกันเข้าบัญชี
เมื่อครบกำหนด 2 สัปดาห์ ดาบตำรวจหญิง ชญานิศ โทรศัพท์ไปที่อู่ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเดินทางไปด้วยตัวเอง พบรถยนต์ของเธอจอดอยู่ด้านหลังร้าน สภาพพังยับเยิน ถูกถอดชิ้นส่วนทั้งประตู ล้อ กันชน และกระจกข้าง ทางอู่ชี้แจงว่าเป็นขั้นตอนการทำสี และขอเลื่อนวันรับรถไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งต้นเดือนสิงหาคม เธอคิดว่านานเกินไปแล้ว จึงแจ้งกับทางอู่ว่าต้องการรับรถคืน ในวันที่ 8 สิงหาคม เมื่อถึงกำหนด พบว่าตัวถังรถสีขาวถูกพ่นเป็นสีแดงแล้ว เว้นส่วนโครงภายในยังคงเป็นสีขาวเหมือนเดิม พอพูดทวงถาม ทางอู่กล่าวขอโทษ พร้อมบอกจะไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เหลืออีก 5,000 บาทด้วย
แต่เมื่อขับรถยนต์ออกมาจากอู่ กลับพบปัญหาตามมามากมาย ทั้งท่อไอเสียงดังผิดปกติ ระบบไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ เซ็นเซอร์ด้านหลังไม่ทำงาน เข็มขัดนิรภัยไม่ดึงกลับเข้าที่ ไฟหน้ารถไม่ติด พอตรวจสอบพบว่าท่อไอเสียถูกตัดหายไปครึ่งหนึ่ง เธอจึงนำรถกลับไปที่อู่เดิม ทางอู่ยินดีแก้ไขให้ โดยแจ้งว่าซ่อมวันเดียวเสร็จ เวลาล่วงเลยมาถึงวันที่ 29 สิงหาคม รถก็ยังซ่อมไม่เสร็จ มีอาการพวงมาลัยสะบัด ล้อทั้ง 4 ล้อถูกถอด และเสียการทรงตัว เธอเริ่มเอะใจว่าแค่นำรถไปทำสี เหตุใดถึงมีปัญหาหลายอย่างตามมา จึงโทรศัพท์สอบถามบริษัทประกันภัยที่ทำไว้ ทำให้ทราบว่ามีการเคลมประกันอุบัติเหตุไปแล้วถึง 6 ครั้ง คิดเป็นวงเงิน 126,244 บาท ซึ่งบริษัทประกันได้จ่ายเงินค่าเคลมประกันเข้าบัญชีของเธอ ที่เจ้าของอู่เป็นผู้ถือบัตรเอทีเอ็มไว้ เธอตกใจมากคิดว่าน่าจะถูกหลอก จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.บางเขน
ผู้เสียหายเชื่อว่า การกระทำดังกล่าวน่าจะเป็นมิจฉาชีพ ใช้วิธีนำรถลูกค้าไปแกล้งชนเพื่อหวังเคลมเงินประกัน และน่าจะทำมาแล้วหลายครั้ง จึงต้องการให้ตำรวจดำเนินคดี พร้อมให้ทนายความช่วยเหลือ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทนายความรัชพล กล่าวว่าคดีนี้ต้องให้ตำรวจสอบสวนไปก่อน หากล่าช้า หรือมีการแอบอ้างจากคู่กรณีว่ารู้จักกับนายตำรวจต่าง ๆ ก็ติดตามเพื่อเร่งรัดคดีอีกครั้ง ส่วนสภาพรถที่เสียหายจากการกระทำของทางอู่นั้น ทางอู่จะต้องรับผิดชอบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยหลังจากนี้ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสภาพรถ แนะนำคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย เจราจาไกล่เกลี่ยหาข้อยุติร่วมกัน จะได้ไม่ต้องเป็นคดีในชั้นศาล
"จะต้องเป็น" - Google News
September 08, 2020 at 09:30AM
https://ift.tt/326j5b2
ร้องทุกข์ถูกอู่ซ่อมรถนำรถไปชน ซ้ำแอบเคลมประกัน 6 ครั้ง กว่าแสนบาท - ช่อง 7
"จะต้องเป็น" - Google News
https://ift.tt/3bIgTZQ
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2YEtTvL
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ร้องทุกข์ถูกอู่ซ่อมรถนำรถไปชน ซ้ำแอบเคลมประกัน 6 ครั้ง กว่าแสนบาท - ช่อง 7"
Post a Comment