เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายภาคเอกชน เช่น ผู้ก่อตั้งเพจ “KhangGuy-ผู้หญิงที่ชื่อข้างกาย”, มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็กและเครือข่ายสิทธิเด็กแห่งประเทศไทย, องค์การ UNICEF, มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี, มูลนิธิศานติวัฒนธรรม, มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก, มูลนิธิเพื่อนหญิง, มูลนิธิ แพธ ทู เฮลท์, มูลนิธิ เอ-ทเวนตี้วัน, กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ดร.เกศทิพย์ กล่าวต่อไปว่า การประชุมดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องการให้โรงเรียนเป็นสถานศึกษาที่ให้ความรู้และพัฒนาคนและเปรียบเสมือนบ้านที่ให้ความอบอุ่น และความปลอดภัย จึงมีการตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) ขึ้น เพื่อป้องกัน ปราบปราม และเยียวยา ช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ เด็ดขาด ทั้งนี้ที่ประชุมได้ระดมความคิดเห็น เพื่อนำข้อมูลไปสู่การปฏิบัติและจัดทำแนวทางในการปฏิบัติให้ทุกฝ่ายที่อยู่พื้นที่ สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องและช่องทางในการขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งได้มีการกำหนดมาตรการการปฎิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนนักศึกษาซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ ดังนี้ 1.ควรมีครูเด็กไว้วางใจ สามารถให้คำปรึกษาได้ดี พร้อมรับฟังและเป็นที่พึ่งของเด็กได้ 2.ควรจัดให้มีสหวิชาชีพในการดูแลคุ้มครองเด็กและผู้ปกครอง จัดหาทีมนักจิตวิทยาที่ปรึกษา เพื่อร่วมหารือกับครูประจำชั้นว่าเด็กคนไหนมีปัญหาอะไรบ้าง และจะต้องมีการติดตามด้วย 3. ควรมีกองทุนฉุกเฉินในการช่วยเหลือเด็กที่ถูกล่วงละเมิด เพื่อช่วยเหลือเยียวค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล กรณีที่ถูกล่วงละเมิดจะมีค่าใช้จ่ายสูงในการตรวจรักษา บางรายการไม่สามารถเบิกได้ นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็กแอลดีในกรณีฝังเข็มยาคุมกำเนิดมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศจะต้องได้รับการดูแลค่าตรวจรักษาทั้งหมดจากรัฐ ค่าใช้จ่ายกรณีถูกล่วงละเมิดทางเพศจะต้องเป็น 0 บาท ไม่ควรมีความทุกข์เรื่องค่าใช้จ่ายที่เกิดจากเรื่องนี้อีก
ส่วน 4. การล่วงละเมิดทางเพศในโรงเรียน ไม่ได้เกิดจากครูและบุคลากรทางการศึกษาเท่านั้น แต่บางกรณีเกิดจากนักเรียนด้วยกัน รวมถึงบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง จึงควรจะต้องให้ความรู้กับเด็ก ในกรณีที่โดนละเมิด จะบอกกับใคร ทำอย่างไร และจะต้องรู้ถึงช่องทางร้องเรียน 5.ความปลอดภัยควรมีทั้งที่บ้าน และชุมชน ไม่ควรเฉพาะในโรงเรียน 6.การแก้ปัญหาควรแก้ในหลายมิติ มีปัญหาอื่นอีกที่เกี่ยวพันกับสาเหตุของการล่วงละเมิดทางเพศ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ เป็นต้น 7.ครูและผู้เกี่ยวข้องควรรู้เรื่องการเก็บหลักฐานเพื่อใช้ประกอบการดำเนินการคดี 8.กระทรวงศึกษาธิการ ใส่เรื่องนี้เพื่อสร้างความตระหนัก ใส่ใจในความปลอดภัยของนักเรียน ในหลักสูตรการอบรมก่อนแต่งตั้งตำแหน่งต่างๆ และการสอบบรรจุ เพื่อจะสร้างความใส่ใจและเป็นที่พึ่งของนักเรียนและผู้ปกครองได้หลังจากมี ศคพ. และ 9.การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน จะทำให้ความปลอดภัยของนักเรียนเกิดขึ้นทุกที่
"จะต้องเป็น" - Google News
September 11, 2020 at 01:43PM
https://ift.tt/3m8UURj
ศธ.ผนึกรัฐ-เอกชนสกัดปัญหาคุกคามทางเพศ - เดลีนีวส์
"จะต้องเป็น" - Google News
https://ift.tt/3bIgTZQ
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2YEtTvL
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ศธ.ผนึกรัฐ-เอกชนสกัดปัญหาคุกคามทางเพศ - เดลีนีวส์"
Post a Comment