Search

ขอบ้านกรรมสิทธิ์ ให้ผู้มีรายได้น้อย - ประชาชาติธุรกิจ

tablo.prelol.com
คอนโด ข้าราชการรายได้น้อย
คอลัมน์ สามัญสำนึก
โดย เมตตา ทับทิม

การเป็นผู้บริหาร อยู่ที่เลือกจะเล่นท่ายากหรือเล่นท่าง่าย

ยิ่งเป็นผู้บริหารภาครัฐ เดิมพันยิ่งสูงกว่าการเป็นผู้บริหารภาคเอกชน เพราะเงินที่ควักลงทุนไม่ได้มาจากกระเป๋าตัวเอง แต่ควักจากกระเป๋าภาษีประชาชน

จุดโฟกัสมาจากนโยบายส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง กวาดสายตามองไปทั้งแผ่นดินมี 2 หน่วยงานหลักที่สนองนโยบาย 2 เป้าหมาย

เวลาทำที่อยู่อาศัยโดยเจ้าภาพเป็นหน่วยงานรัฐ วิธีการคือ เคาะประมูล (ประมูลรับเหมาก่อสร้าง/ประมูลสัมปทาน)

ที่เหลือฟันธงได้เลยว่า “ท่าง่าย” คือเปิดเช่า สร้างผลงานได้เร็ว ส่วน “ท่ายาก” คือการทำบ้านโอนกรรมสิทธิ์

กระทรวงการคลังโดยกรมธนารักษ์เป็นเจ้าภาพสร้างบ้าน “ข้าราชการชั้นผู้น้อย” กับการเคหะแห่งชาติที่กฎหมายจัดตั้งมอบภารกิจให้สร้างบ้านสำหรับ “ประชาชนผู้มีรายได้น้อย”

ปีนี้ทั้งสองหน่วยงานกำลังจะทำเหมือนกันนั่นคือเน้น “ทำบ้านเช่า” ให้ผู้มีรายได้น้อย

เวอร์ชั่นปี 2563 กระทรวงการคลังทำบ้านให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยเช่ายาว 60 ปี ออปชั่น 30+30 ปี ถ้าอยู่เกิน 5 ปี ปล่อยสิทธิเช่าช่วงได้ (ทั่นคงไม่ทราบว่าในชีวิตจริงเขาปล่อยเช่าช่วงตั้งแต่วันแรก-ฮา)

มีคำถาม 2 ข้อ 1.ถ้าอยู่จนถึง 30 ปีแรก การเช่าต่อในช่วงปีที่ 31-60 ค่าเช่าหรือค่าซื้อสิทธิการเช่าเริ่มต้นยูนิตละ 1.3-1.4 ล้านบาท จะต้องจ่ายเงินซื้อใหม่หรือไม่

ความหมายคือ บ้านธนารักษ์เมื่อจ่ายไป 1.3-1.4 ล้านแลกกับสิทธิเช่า 30 ปี หรือ 60 ปี

ถ้าราคา 1.3-1.4 ล้านแลกกับเวลาเช่า 30 ปี แต่ได้สิทธิต่ออายุการเช่าอีก 30 ปี การอยู่อาศัยในบ้านเช่าย่อมสามารถตีความได้ว่าผิดจุดประสงค์สร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับผู้มีรายได้น้อย

อธิบายภาษาจิ๊กโก๋ ก็คือ ลำบากตอนแก่แน่ ๆ

2.ผู้มีรายได้น้อยเช่าอยู่เอง ผ่อนไปผ่อนมาสมมุติ 10-15 ปี มีเรื่องร้อนเงินต้องการนำห้องเช่าดังกล่าวไปรีไฟแนนซ์เพื่อนำเงินก้อนออกมาใช้ ทำได้หรือไม่

แบงก์กล้าปล่อยหรือเปล่า การเซ็นยินยอมผู้บริหารธนารักษ์ในอนาคตจะกล้าเซ็นหรือไม่กล้า (เพราะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน)

ยังมีออปชั่นที่ไม่รู้ว่าแค่น่ากลัวหรือเข้าขั้นอันตราย คือ เปิดช่องให้ผู้มีกำลังซื้อมาช่วยซื้อได้ด้วย (ถ้าไม่มีออปชั่นนี้โครงการคงปิดการขายไม่หมด อันนี้เดาเอาค่ะ)

แบบนี้นายทุนปาดปากน้ำลายหกแน่นอน

เรามาดูหน่วยงานที่ 2 “การเคหะแห่งชาติ” ก่อตั้งมา 47 ปี ถัวเฉลี่ยสร้างบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยปีละ 20,000 หน่วย

ส่วนใหญ่เป็นบ้านโอนกรรมสิทธิ์กับมีพอร์ตเช่าอีกเป็นสัดส่วนน้อย

เวอร์ชั่นปี 2563 ดูเหมือนการเคหะฯคิดนอกกรอบด้วยการหันมาทำพอร์ตบ้านเช่ามากขึ้น ๆ

คงต้องดูว่านโยบายนับจากนี้ ถัวเฉลี่ยปีละ 20,000 หน่วย จะทำบ้านโอนกรรมสิทธิ์เท่าไหร่ บ้านเช่าเท่าไหร่

รู้แต่ว่ามาสเตอร์แพลนจะทำบ้านเช่า 100,000 หลัง แบ่งทยอยทำหลายปี มีการขอมติ ครม.หนุนหลังในหลักการเรียบร้อยแล้ว

ข้อแตกต่าง คือ บ้านการเคหะฯทำราคาถูกได้เพราะฐานะรัฐวิสาหกิจทำให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องถูกบังคับตามกฎหมายจัดสรร (เงื่อนไขที่เอกชนอิจฉาตาร้อนมากที่สุด)

จินตนาการเล่น ๆ พี่คนกวาดขยะ ลูกจ้างนิติบุคคลที่ไหนสักแห่ง ซื้อบ้านการเคหะฯบังเอิญเป็นบ้านเช่า 30 ปี

ผ่อนจนครบ 30 ปี เกษียณอายุพอดี มีลูกคนเดียวก็แล้วกัน อาจยังเรียนมหา’ลัยหรือเพิ่งจบ

ครอบครัวนี้จะทำยังไงต่อไป เพราะสิทธิบ้านเช่า 30 ปีหมดลงแล้ว จะต้องเช่าใหม่อีก 30 ปี เริ่มต้นจ่ายเงินก้อนใหญ่

อีกก้อน เข้าชมรมคนลำบากตอนแก่อีกคน ใช่หรือไม่

ทั้งหมดนี้จะไม่มีปัญหาต้องตั้งคำถามเลยถ้าที่อยู่อาศัยนั้นเป็นแบบ “โอนกรรมสิทธิ์”

รัฐบาลประยุทธ์ 2/2 มีทางเลือก อยู่ที่เลือกจะบริหารท่ายากหรือท่าง่าย

Let's block ads! (Why?)



"ข้อแตกต่าง" - Google News
August 28, 2020 at 03:45PM
https://ift.tt/2YJSe2t

ขอบ้านกรรมสิทธิ์ ให้ผู้มีรายได้น้อย - ประชาชาติธุรกิจ
"ข้อแตกต่าง" - Google News
https://ift.tt/3buW4Ag
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/2YEtTvL

Bagikan Berita Ini

0 Response to "ขอบ้านกรรมสิทธิ์ ให้ผู้มีรายได้น้อย - ประชาชาติธุรกิจ"

Post a Comment

Powered by Blogger.